ทัวร์รอบภูเขาไฟฟูจิและเทศกาลดอกไม้ไฟ | ทริปถ่ายภาพโอลิมปัสครั้งที่ 2 (Yamanashi)


หนึ่งในสถานที่ในประเทศญี่ปุ่นที่คนทั่วโลกปรารถนาให้ได้มาเห็นกับตา จังหวัดที่เป็นบ้านของภูเขาไฟฟูจิ ความงามทางธรรมชาติ 4 ฤดู เทศกาลดอกไม้ไฟสุดอลังการ และสถานที่แห่งประวัตศาสตร์อันยาวนาน ครั้งนี้ทริปถ่ายภาพโอลิมปัส-ไดสุกิเจแปนครั้งที่ 2 (Olympus - Daisuki Japan Photo Taking Tour 2) ได้พาทุกท่านมาเยือนสถานที่ที่ช่างภาพจะหลงรักในจังหวัดยะมะนะชิ (Yamanashi Prefecture) ภูมิภาคชูบุ (Chubu Area) เป็นเวลา 5 วัน 4 คืน ร่วมกับวิทยากรถ่ายภาพชื่อดัง คุณหาว ต่อวงศ์ ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งเฟสบุ๊คเพจ 2how.com อีกทั้งสมาชิกของทริปนี้ได้ใช้กล้องโอลิมปัสในการถ่ายภาพ พร้อมคำแนะนำจากทีมงานโอลิมปัสแบบใกล้ชิดและจัดเต็ม เริ่มออกเดินทางปักหมุดตามกันได้เลย  

ดูเส้นทางการเดินทางในจังหวัดยะมะนะชิ (Yamanashi) ตาม Kyonan District Map ข้างล่างนี้ได้เลย
ดาวน์โหลด Navitime English Application เพื่อตรวจสอบตารางเวลาการคมนาคมในญี่ปุ่น (รถไฟ และรถบัส)
คลิกที่นี่เพื่อจองโรงแรมในบริเวณนี้

การเดินทาง:
จากโตเกียว สถานีชินจุกุ ไป สถานีโกฟุ ด้วยรถไฟด่วนไคจิ (Express Train Kaiji)

จากสถานีโกฟุ ไปชิโมเบะออนเซ็น ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ด้วยรถไฟสายมิโนบุ (Minobu line)
เราแนะนำให้คุณใช้บริการแท็กซี่หรือรถตู้เพื่อความสะดวกในการเดินทางบริเวณนี้
 การชำระค่าโดยสารแท็กซี่ ทำได้โดยใช้เงินสดเท่านั้น (เยน) บัตรเดบิตหรือเครดิตจะไม่สามารถใช้ชำระได้
 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Taxi Deco เพื่อตรวจสอบค่าโดยสารแท็กซี่โดยประมาณได้ที่นี่ 
 แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชั่น Google Translate ในการสื่อสารกับพนักงานขับรถแท็กซี่

ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ kyonandmo@gmail.com

_________________________________________________________________

1. สวนอะระคุระเซ็นเง็น (Arakurayama Sengen Park)

หนึ่งในมุมที่ช่างภาพหมายปองมากที่สุดในบริเวณรอบภูเขาไฟฟูจิ คือสวนอะระคุระเซ็นเง็น (Asakurayama Sengen Park) ที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาอะระคุระ และมีเจดีย์ห้าชั้น (Chureito Pagoda) เป็นวิวยอดนิยม ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสงบสุขมามากกว่า 50 ปี นักท่องเที่ยวชื่นชอบบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิของที่นี่มากที่สุด เพราะสามารถเห็นบรรยากาศต้นซากุระคู่กันกับภูเขาไฟฟูจิได้อย่างสวยงามเกินคำบรรยาย 

Photo Credit: Saroch Techajaruwong

ที่บริเวณศาลเจ้ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมากได้ให้ความสนใจ สังเกตได้จากเครื่องรางจำนวนมากที่ผูกและเขียนด้วยคำขอพรในภาษาไทยนั่นเอง นอกจากจะเป็นจุดชมวิวและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เยี่ยมยอดแล้ว การจะขึ้นมาถึงจุดชมวิวได้นั้น ต้องผ่านความอดทน และแรงกายระดับหนึ่ง เพราะจะต้องเดินขึ้นบันไดที่สูงชันจำนวนเกือบ 400 ขั้นเลยทีเดียว

เว็บไซต์: http://www.city.fujiyoshida.yamanashi.jp

2. ภูเขาไฟฟูจิ และปรากฎการณ์ไดมอนด์ฟูจิ (Mount Fuji and Diamond Fuji)

ภูเขาไฟฟูจิ (Mt.Fuji) คือภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ด้วยความสูง 3,776 เมตร อีกทั้งได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดย UNESCO ในปี พ.ศ. 2556 ที่นี่จึงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น และเป็นที่ที่คนญี่ปุ่นนับถืออีกด้วย ภูเขาไฟฟูจิมีทะเลสาบจำนวน 5 แห่งล้อมรอบได้แก่ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko), ทะเลสาบไซโกะ (Lake Saiko) , ทะเลสาบยามานาคาโกะ (Lake Yamanakako), ทะเลสาบโชจิโกะ (Lake Shojiko) และทะเลสาบโมโตซูโกะ (Lake Motosuko) ซึ่งในทริปนี้เราเดินทางไปสู่ 2 ทะเลสาบที่เป็นหนึ่งในวิวที่สวยที่สุดที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ คือทะเลสาบคะวะกุจิโกะ และทะเลสาบโมโตซูโกะ

ปรากฏการณ์ไดมอนด์ฟูจิ (Diamond Fuji) คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ในจังหวะที่พระอาทิตย์ขึ้นบนยอดภูเขาไฟฟูจิพอดีและส่องประกายคล้ายกับเพชร ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ทั้งตอนพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดินหลายครั้งในรอบปี ในสถานที่ที่แตกต่างกัน โดยจะสามารถเห็นได้ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งเท่านั้น หากนักท่องเที่ยวต้องการดูปรากฏการณ์ทั้งธรรมชาตินี้ ก็สามารถตรวจสอบในเว็บไซต์ได้ ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่คนรักถ่ายภาพไม่ควรพลาด

3. เทศกาลดอกไม้ไฟชิมเม (Shinmei Fireworks Festival)

Photo Credit: Rujikan Sattayawattana

เทศกาลดอกไม้ไฟชิมเม (Shinmei Fireworks Festival) เป็นหนึ่งในเทศกาลดอกไม้ไฟที่สวยที่สุดในโลก จัดขึ้นที่เมืองอะจิกาวามิซาโตะ (Ichikawamisato) บริเวณริมแม่น้ำฟุเอะฟุกิ และจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 200,000 คนเดินทางมาร่วมในงานนี้ ความยิ่งใหญ่ของการแสดงดอกไม้ไฟแห่งนี้คือขนาดของดอกไม้ไฟที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 500 เมตร ทริปถ่ายภาพนี้ตั้งใจเลือกจุดที่สามารถมองเห็นและเก็บภาพดอกไม้ไฟได้อย่างสวยงาม โดยออกห่างมาจากบริเวณงานประมาณ 1.5 กิโลเมตร แต่สำหรับภายในงานเทศกาล นักท่องเที่ยวจะสามารถได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศเทศกาลในฤดูร้อนของญี่ปุ่น ที่ผู้คนจะแต่งกายในชุดยูกาตะ ซื้อของ อาหาร อย่างครึกครื้น เป็นบรรยากาศที่นักท่องเที่ยวไทยต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน



เว็บไซต์: https://www.yamanashi-kankou.jp/foreign/english/english130.html

4. ทะเลสาบโมโตซู (Lake Motosuko)

ทะเลสาบโมโตซูโกะ (Lake Motosuko) คือมุมทิวทัศน์ตระการตา และเป็นที่รู้จักในฐานะของภาพถ่ายบนแบงค์หนึ่งพันเยน ภาพทะเลสาบคู่กับภูเขาไฟฟูจินั่นเอง น้ำในทะเลสาบแห่งนี้จัดเป็นน้ำที่ใสที่สุดในบรรดา 5 ทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ สำหรับคนที่รักการถ่ายภาพจะต้องหลงใหลมุมนี้อย่างแน่นอน
ดูภาพบรรยากาศสด ๆ จากกล้องที่ทะเลสาบโมโตซูโกะ  https://www.town.minobu.lg.jp/camera/

5. ศูนย์กิจกรรมโคอุอัน (Kouan Campsite and Activity Center)

ถัดมาจากทะเลสาบโมโตซูโกะ นักท่องเที่ยวสามารถแวะพักที่ศูนย์กิจกรรมโคอุอันได้ เพราะเป็นทั้งร้านค้าริมทะเลสาบ อีกทั้งเป็นสถานที่ตั้งแคมป์ และจัดกิจกรรมที่สามารถทำที่ทะเลสาบแห่งนี้ได้ เช่น SUP board หรือการดำน้ำเป็นต้น

เว็บไซต์: http://www8.plala.or.jp/kouan/

6. ทะเลสาบชิบิเรโกะ (Lake Shibireko)

วิวทะเลสาบขนาดเล็กที่งดงาม ขนาบข้างไปด้วยแนวเขา และมุมยอดฮิตสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ที่สำคัญนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการปีนเขา เล่นน้ำ และเดินรอบทะเลสาบได้โดยใช้เวลาเดินรอบเพียง 30 นาทีเท่านั้น เป็นบรรยากาศสบาย ๆ ที่เหมาะแก่การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในจังหวัดยะมะนะชิ

เว็บไซต์: http://sabumochi.wixsite.com/shibirekosuimeisou

7. ทะเลสาบคะวะกุจิโกะ (Lake Kawaguchiko)

Photo Credit: Torwong Salwala

ทะเลสาบคะวะกุจิโกะเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 จากทั้ง 5 ทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ จากมุมนี้สามารถเพลิดเพลินบรรยากาศภูเขาไฟฟูจิและวิวธรรมชาติที่แตกต่างกันได้ทั้ง 4 ฤดูที่นี่จะมีอากาศค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี ในครั้งนี้ที่ทริปถ่ายภาพโอลิมปัสไดสุกิเจแปน ได้เดินทางไปนั้น เราพบกับวันฟ้าใส ทำให้เห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน พร้อมกับบรรยากาศของสวนดอกลาเวนเดอร์ริมทะเลสาบที่สร้างความลงตัวในภาพถ่ายเป็นอย่างมาก  

8. วัดมิโนบุซังคุอนจิ (Minobusan Kuonji Temple)

วัดมิโนบุซังคุอนจิ ตั้งอยู่บริเวณภูเขามิโนบุ เป็นวัดหลักของพระนิชิเรน โชนิน ผู้ก่อตั้งศาสนาพุทธนิกายนิชิเรนในประเทศญี่ปุ่น อัฐิของพระนิชิเรนถูกบรรจุอยู่ในวัดนี้ ซึ่งเป็นที่ที่เขาอยู่มาตลอด 9 ปีเพื่อศึกษาพระธรรม และด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ของวัด และประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 700 ปี ทำให้มีนักท่องเที่ยวและผู้แสวงธรรมจำนวนมากเดินทางมาที่วัดแห่งนี้ แล้วยังเป็นจุดถ่ายภาพที่พิเศษอีกด้วย นอกจากนั้นในช่วงเดือนเมษายน นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินความสวยงามของต้นซากุระได้ทั่วทั้งพื้นที่

ที่นี่มีความเชื่อว่าหากสามารถเดินขึ้นบันไดหินทั้งหมด 287 ขั้นไปถึงหอด้านบน จะได้เป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริง บริเวณด้านบนนั้น มีหออนุสรณ์พระนิชิเรนแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานดวงวิญญาณของพระนิชิเรน ความพิเศษของที่นี่คือ วัดนี้ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในเมืองเอโดะ หรือโตเกียวในปัจจุบัน แต่ถูกเคลื่อนย้ายมาไว้ในที่แห่งนี้เป็นหออนุสรณ์ที่สร้างขึ้นเมื่อ 136 ปีที่แล้ว และจากหออนุสรณ์ เราสามารถเดินเชื่อมมาจนถึงโถงรับรองหลักได้ ซึ่งเป็นอาคารสำคัญที่ถูกสร้างขึ้นเพื่องานครบรอบ 700 ปีพระนิชิเรนโชนิน เมื่อพ.ศ. 2528 อีกทั้งมีขนาดใหญ่ จุคนได้มากถึง 2,500 คนเลยทีเดียว ซึ่งในครั้งนี้ทริปของเราได้มีโอกาสพิเศษให้สามารถถ่ายภาพบรรยากาศด้านในได้ 

เว็บไซต์: http://www.kuonji.jp/english/entop.htm 

Photo Credit: Suphap Ngamdee

9. กระเช้ามิโนบุซัง (Minobusan Ropeway)

เชื่อมต่อกับสถานีคุอนจิ (Kuonji Station) คือเส้นทางที่พานักท่องเที่ยวขึ้นไปบนจุดชมวิวบนยอดเขามิโนะบุภายในเวลา 7 นาที ซึ่งเป็นบริเวณในวัดมิโนบุซังคุอนจิอีกด้วย จุดที่ขึ้นไปนี้นักท่องเที่ยวจะได้พบกับ โอคุโนะอิน ชิชินกะคุ (Okunoin shishinkaku) เป็นอาคารที่สร้างขึ้นโดยพระนิชิเร็น ผู้ก่อตั้งนิกายนิชิเร็นในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการรำลึกถึงพ่อแม่และครูบาอาจารย์ อีกทั้งบริเวณยอดเขายังมีหอสังเกตการณ์สามจุด ให้สามารถเพลิดเพลินกับวิวที่สวยงามของภูเขาไฟฟูจิในวันฟ้าใสได้

เว็บไซต์: http://www.minobusanropeway.co.jp

10. สวนฟุจิคะวะคราฟท์ปาร์ค (Fujikawa Craft Park)

สวนสาธารณะที่แวดล้อมไปด้วยภูเขา อีกทั้งมีการจัดสวนกุหลาบให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินถ่ายภาพ นอกจากนั้นยังมีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และกิจกรรมเวิร์คช็อปงานฝีมือแบบญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่สนใจ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนสำหรับครอบครัว สมาชิกของทริปเราในครั้งนี้ได้มาทานอาหารกลางวันพร้อมชมวิวสวนกุหลาบ เหมือนเป็นการพักผ่อนจากการเดินทางได้อย่างดีเยี่ยม.

เว็บไซต์: www.kirienomori.jp

11. ร้านโอคะเมะซูชิ (Okame Sushi Restaurant)

Photo Credit: Torwong Salwala

ร้านอาหารแห่งนี้มีเมนูอาหารทะเลสด อีกทั้งมีเวิร์คช็อปการทำซูชิสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ สมาชิกของทริปถ่ายภาพได้เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นทางด้านอาหาร ผ่านการสาธิตการแร่ปลาของเจ้าของร้านโอคะเมะซูชิอย่างใกล้ชิด และเพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดทั้งข้าวหน้าทะเลรวม (Kaisen Don) และปูยักษ์ (Kani) เป็นความประทับใจทางรสชาติอาหารญี่ปุ่นที่ปฏิเสธความอร่อยไม่ได้
สำรองที่นั่งสำหรับกิจกรรม ติดต่อ kyonandmo@gmail.com

เว็บไซต์: www.okamezusi.net  

Photo Credit: Suphap Ngamdee

12. บ้านพักคะคุรินโบ (Kakurinbo Guesthouse)

เป็นการพักผ่อนที่ได้ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เพราะบ้านพักคะคุรินโบแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณวัดมิโนบุซังคุอนจิ (Minobusan Kuonji Temple) เป็นเกสต์เฮาส์รับรอบนักท่องเที่ยวสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่สมาชิกของทริปนี้ได้รับการต้อนรับจากผู้ดูแลและพระ ด้วยการแสดงทางวัฒนธรรมตีกลองร้องเพลง ที่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงได้ การบรรเลงดนตรีโบราณ และเมนูอาหารญี่ปุ่นแบบมังสวิรัติเพื่อสุขภาพ อีกทั้งที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณชุมชนมิโนบุ ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับวิถีของคนญี่ปุ่น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และบรรยากาศทางธรรมชาติได้อย่างลงตัวไปพร้อม ๆ กัน

เว็บไซต์: https://www.kakurinbo.com/

13. โรงแรมชิโมเบะ (Shimobe Hotel)

Photo Credit: Suphap Ngamdee

ที่โรงแรมชิโมเบะออนเซ็น มีบ่อน้ำร่อนคุณภาพดี อาหารเย็นแบบไคเซกิ (Kaiseki) หรืออาหารคอร์สที่ทะยอยเสิร์ฟอย่างหรูหราสไตล์ญี่ปุ่น ที่สำคัญคือแขกที่มาพักจะได้สนุกกับการแสดงวัฒนธรรมของญี่ปุ่นในตอนกลางคืนของทุกวัน อีกทั้งยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงได้อีกด้วย มีทั้งการแสดงตีกลองไทโกะ และการตำโมจิ แขกที่มาพักในโรงแรมนี้จึงได้มีขนมมื้อก่อนนอนจากการแสดงไปด้วยในทุกวัน จองโรงแรมในบริเวณชิโมเบะออนเซ็น (Shimobe Onsen) ที่นี่

เว็บไซต์: http://www.shimobe.co.jp/en/

14. ออนเซ็นมิตะมะโนะยุ (Mitama no Yu Onsen)

ที่นี่เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวสามารถมาแช่พักผ่อน และชมวิวจากมุมสูงได้ในเวลาเดียวกัน เพราะที่นี่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงเหนือน้ำทะเล 370 เมตร ที่ทั้งวิวตอนกลางวันและตอนกลางคืน สวยงามและดึงดูดให้เป็นมากกว่าแค่บ่อน้ำร้อนธรรมดา นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกให้เลือกตามใจชอบอีกด้วย

เว็บไซต์: http://www.mitamanoyu.jp/language/en.html

15. ห้างสรรพสินค้าฟอเรสต์มอลฟูจิคาวา (Forest Mall Fujikawa)

แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แต่ที่ยะมะนะชิ ก็มีแหล่งช็อปปิ้งที่สะดวกสบาย และมีของให้เลือกซื้ออย่างครบครัน ทั้งร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้าน 100 เยน และสินค้าแฟชั่น ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ตอบโจทย์ผู้มาเยือนให้ได้ซื้อของตามใจต้องการ นอกจากนั้นยังมีตลาดนัดอาหารญี่ปุ่น อยู่ด้านนอก ทำให้สามารถเลือกชิมอาหารได้หลากหลาย แบบผ่อนคลายไปด้วย

เว็บไซต์: http://fujikawa.forest-mall.com/index.php?FrontPage

_______________________________________________________________

Coordinated by Taeko Hishinuma (Shochiku Co. Ltd.)

Special Thanks to
Yamanashi Kyonanchiku Kankou Kasseika Jikkou Iinkai 

Kakurinbo / Kouan / MARUGO, Ltd. / MINAMI ALPS K.K / MINOBUSAN KUONJI / Minobusan Tourist Assosiation / MINOBUSAN ROPEWAY / Okame Sushi / SAIKIENKAHONTEN,LTD. / Shibireko Suimeiso / Shimobe Hotel / YAMANASHI FUJIKAWA CRAFT PARK