ท่องหมู่บ้านแห่งศิลปะกลางภูเขาฮันโนะ (Hanno)



มาตกหลุมรักญี่ปุ่นกันอย่างต่อเนื่องท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติและศิลปะในประเทศญี่ปุ่น เพราะตอนนี้เรายังอยู่กันที่เมืองฮันโนะ (Hanno) จังหวัดไซตะมะ (Saitama) กับทริปโฮมสเตย์ตอนที่ 4 จากทั้งหมด 5 ตอน ที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่กับสองสามีภรรยานักดนตรี ฟุมิเอะซังและอะคิโอะซัง ครั้งนี้เราจะได้พบกับเพื่อนศิลปินจากหลากหลายแขนงที่ใช้ชีวิตอยู่บนภูเขาฮันโนะ ทั้งนักแกะสลัก (Sculpture) จิตรกร (Painter) รวมไปถึงศิลปินนักเขียนอักษรแบบญี่ปุ่น (Calligrapher) ที่ผลงานของพวกเขาล้วนแล้วแต่มีธรรมชาติเป็นองค์ประกอบสำคัญในของการสร้างสรรค์ผลงาน มาร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งธรรมชาติที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับศิลปินในเมืองฮันโนะไปด้วยกัน

Daisuki List:

1. บ้านช่างแกะสลักบนภูเขา (Sculpture house in Hanno)

2. ไร่ชาบนภูเขาฮันโนะ (Hanno Tea Plantation)

3. สตูดิโอศิลปะการเขียนอักษร (Calligraphy Studio in Hanno)

1. บ้านช่างแกะสลักบนภูเขา (Sculpture house in Hanno)


หนึ่งในเพื่อนของฟุมิเอะซังจากที่ทำงานสถานีต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์ในเมืองฮันโนะ (The Anti-Nuclear Power Station) เป็นช่างแกะสลักมากความสามารถที่มีบ้านอยู่บนจุดสูงสุดของภูเขาฮันโนะ ฮะยะเสะซัง (Hayase san) เขาและภรรยาอาศัยอยู่ที่นี่มามากกว่า 20 ปีแล้ว โดยฮะยะเสะซังเป็นช่างแกะสลัก ส่วนภรรยานั้นเป็นจิตรกร เป็นสองศิลปินต่างแขนงที่มีผลงานที่เข้ากันอย่างลงตัว

บ้านของพวกเขาสร้างแบบเปิดโล่งได้เพื่อชมวิวธรรมชาติบนภูเขา มีต้นไม้และดอกไม้ปลูกอยู่ภายในบริเวณบ้าน ดูกลมกลืนกับธรรมชาติด้านนอกเป็นอย่างมาก อีกทั้งที่นี่ยังเป็นเหมือนที่จัดแสดงผลงานศิลปะของพวกเขาทั้งสองคน ฮะยะเสะซัง (Hayase san) มีผลงานแกะสลักจำนวนมากในบริเวณบ้าน ผลงานที่โดดเด่นนั้นคือ งานแกะสลักพระพุทธรูปไม้ ที่ดูคุ้นตาสำหรับคนไทย หลังจากได้พูดคุยก็ทราบมาว่า ฮะยะเสะซังเริ่มต้นแกะสลักพระพุทธรูปเนื่องจากเขาเคยได้พบกับพระรูปหนึ่งที่ต้องการให้เกิดความสงบสุขภายในสังคม ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เขาแกะสลักพระพุทธรูปเป็นจำนวนมาก เคียงคู่กับผลงานจิตรกรรมของภรรยาที่รักในศิลปะเช่นเดียวกัน ด้วยบรรยากาศธรรมชาติที่สวยสงบในฮันโนะ ที่นี่จึงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงานศิลปะของพวกเขาได้อย่างดีเยี่ยม

เว็บไซต์:

http://www.hayase-chokokujo.com (ข้อมูลภาษาญี่ปุ่น)

 


คลิกเพื่อชมแผนที่ : บ้านช่างแกะสลักบนภูเขา (Sculpture house in Hanno)

2. ไร่ชาบนภูเขาฮันโนะ (Hanno Tea Plantation)


ในฮันโนะมีพื้นที่เป็นภูเขาโดยส่วนใหญ่ ทำให้หลายคนนึกถึงการปลูกชา ครั้งนี้เราเดินทางมาที่ไร่ชาซึ่งฮะยะเสะซัง นักแกะสลัก และเพื่อนของเขาอีกประมาณ 20 คนได้เช่าผืนไร่ชาเอาไว้ หนึ่งในนั้นก็คือโฮสต์แฟมิลี่ของเรา ฟุมิเอะซังและอะคิโอะซังด้วย พวกเขาปลูกชา เก็บชา และผลิตชาไว้เพื่อรับประทานเอง เป็นสุดยอดการใช้ชีวิตแบบยั่งยืนที่น่าภูมิใจจริง ๆ

ครั้งนี้ริบบิ้นและโอคุโนะซัง ได้มาทดลองเก็บชาด้วยตัวเอง การเก็บชามีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่ายอดอ่อนใบชา เพราะจะเป็นส่วนที่หอมอร่อยที่สุด วิธีการแรก คือเราสามารถเด็ดยอดชา 2 - 3 ยอดด้วยมือของเราได้ หรือหากต้องการจำนวนที่มากขึ้น ก็จะมีเครื่องตัดยอดชาที่ทำให้สามารถเก็บชาได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น หากใครที่ชื่นชอบการดื่มชาจะต้องชอบการเด็ดชาครั้งนี้มาก เพราะเหมือนได้เรียนรู้และเห็นกระบวนการตั้งแต่แรกเริ่มก่อนจะมาเป็นใบชาแบบพร้อมดื่มที่เราคุ้นเคย


คลิกเพื่อชมแผนที่ : ไร่ชาบนภูเขาฮันโนะ (Hanno Tea Plantation)

3. สตูดิโอศิลปะการเขียนอักษร (Calligraphy Studio in Hanno)


ศิลปะ คือธรรมชาติ อารมณ์ และความสวยงาม ไม่ว่าศิลปะจะมีนิยามเป็นอะไร ที่นี่คุณจะได้สัมผัสนิยามแห่งศิลปะที่แปลกใหม่ไม่เหมือนเคย และที่สำคัญคือ ศิลปะชนิดนี้สามารถบ่งบอกความเป็นคุณผ่านผลงานเหล่านั้นได้ กับศิลปะการเขียนอักษร (Calligraphy) ที่แปลกใหม่โดยศิลปินอะสะโกะซัง (Asako san)

อะสะโกะซัง (Asako san) เป็นนักเขียนอักษร (Calligrapher) มามากกว่า 30 ปี  ผลงานของเธอไม่ได้ถูกจัดแสดงแค่เพียงในญี่ปุ่น แต่ไปไกลถึงนิวยอร์ก (New York) และเนเธอร์แลนด์ (Netherlands) อีกทั้งผลงานของเธอปรากฏผ่านโทรทัศน์ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และยังมีเวิร์คช็อปอีกมากมายที่จัดขึ้นในรอบปี รวมไปถึงกิจกรรมเพื่อเด็กทุพพลภาพและเยาวชนในโรงเรียนอีกด้วย

ในการเวิร์คช็อปครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 10 คน ทุกคนใส่เสื้อผ้าที่สบาย ๆ พร้อมเลอะสีได้ และด้วยพื้นที่เปิดโล่งของสตูดิโอที่ตั้งอยู่ในบ้านญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม ทำให้สามารถเห็นวิวธรรมชาติของภูเขาฮันโนะได้ทั้งสองฝั่ง แค่บรรยากาศก็ชวนให้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมในครั้งนี้แล้ว อะสะโกะซัง เริ่มต้นการเวิร์คช็อปครั้งนี้โดยการให้สมาชิกทุกคนไปเลือกพู่กันด้วยตัวเอง โดยการเลือกจากต้นหญ้าและใบไม้ตามธรรมชาติ ผลงานสไตล์อะสะโกะซังนั้นแตกต่างและล้ำลึกกว่าการเขียนอักษรแบบดั้งเดิม เพราะเธอให้ความสำคัญกับการลงน้ำหนักของพู่กัน และความเข้มของลายมือ ที่สื่อถึงความลึกซึ้งของอารมณ์ และความรู้สึกผ่านผลงานศิลปะการเขียนอักษร การตีความผ่านอักษรที่เราเขียนออกมานั้นสามารถบ่งบอกลักษณะนิสัย ความคิด และความรู้สึกของผู้เขียนได้อย่างแท้จริง

ผลงานของริบบิ้นและโอคุโนะซังสื่อออกมาได้อย่างชัดเจนว่าเป็นมีความเร่งรีบใจร้อนเกิดขึ้นในผลงานศิลปะ การทำกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น และเป็นแนวทางในการฝึกฝนให้ใจเย็นลง และมีสติอยู่กับปัจจุบัน ดั่งคำพูดที่อะสะโกะซังแนะนำ “ใช้ชีวิตอยู่อย่างเต็มที่ในปัจจุบันขณะ และไม่ยึดกับอดีตหรืออนาคต” ถือว่าเป็นการปลดปล่อยความเป็นตัวตน ฝึกฝนจิตใจ และได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในบรรยากาศธรรมชาติที่แสนสบายอย่างลงตัว หากใครสนใจที่จะสัมผัสศิลปะการเขียนอักษรสุดพิเศษด้วยตัวเอง ต้องได้มีโอกาสมาทำร่วมกับอะสะโกะซัง ที่เมืองฮันโนะแห่งนี้

เว็บไซต์

http://yamada-asako.com/news?lang=en

 


คลิกเพื่อชมแผนที่ : สตูดิโอศิลปะการเขียนอักษร (Calligraphy Studio in Hanno)