ชมที่สุดแห่งฮิเมจิและลิ้มรสต้นตำรับลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น (Himeji)



ดำเนินมาสู่ตอนที่ 2 ของการเดินทางสู่เมืองแห่งประวัติศาสตร์ฮิเมจิ ที่ผสมผสานทั้งสถานที่ทางวัฒนธรรม ที่เป็นมรดกโลกอย่างปราสาทนกกระสาขาวฮิเมจิ ที่นี่ยังมีอีกหลายสถานที่สำคัญที่ห้ามพลาด อย่างเช่นภูเขาที่สูงที่สุดในเมืองนี้ และเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลิวู้ด The Last Samurai และข้ามไปสู่ความโมเดิร์นสุดอย่างตีมปาร์คจำลองสถานที่สำคัญในโลก และที่พิเศษที่สุดคือการได้เข้าไปสัมผัสกระบวนการผลิตเมนูของฝากขึ้นชื่ออย่าง ลูกชิ้นปลาคามาโบโกะ ที่เราอาจไม่เคยเห็นวิธิการทำมาก่อน มาค้นหาความสนุกแบบครบครันในเมืองฮิเมจินี้กันได้เลย

Daisuki List:

1. วัดโชชาซังเอ็นเงียวจิ (Shoshazan Engyoji Temple)

2. โรงงานลูกชิ้นปลาญี่ปุ่นยะมะสะ (Yamasa Kamaboko Factory)

3. ร้านอาหารยูเมโนโซบะ (Yumeno Soba Restaurant)

4. สวนสาธารณะไทโย (Taiyo Park)

5. สวนโคโคเอ็น (Kokoen Garden)

6. ร้านยากินิคุ ริกิชิไรซะกิ (Yakiniku Riki Shirasagi Restaurant)

1. วัดโชชาซังเอ็นเงียวจิ (Shoshazan Engyoji Temple)


ภูเขาโชชา คือภูเขาที่สูงที่สุดในเมืองฮิเมจิ ที่นี่เป็นที่รู้จักในระดับโลกเนื่องจากเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลิวู้ดเรื่อง The Last Samurai ด้านบนของภูเขาโชชาเป็นที่ตั้งของวัดเอนเงียวจิ ที่ก่อตั้งโดยนักบวชโชคุมามากกว่า 1,000 ปี บนภูเขานี้มีหลายอาคารที่ได้รับเลือกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมประจำชาติ ดังที่แรกนี้คือ มานิเดน (Maniden)  อาคารไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขาชันโดยมีเสาไม้หลายต้นค้ำประคองอยู่ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ต้องใช้ความสามารถและการออกแบบขั้นสูง อีกความสำคัญของของวัดนี้คือการเป็นวัดที่ 27 จากทั้งหมด 33 วัดตามเส้นทางการเดินจาริกแสวงบุญในพื้นที่ญี่ปุ่นตะวันตกของนักจาริกแสวงบุญ

เดินผ่านภูเขาและธรรมชาติมาอีกประมาณ 15 นาที ผ่านต้นไม้ที่มีอายุกว่า 800 ปี และพระพุทธรูปหิน ก็มาถึงลานแห่งความสงบสุขที่ถูกล้อมรอบไปด้วย 3 อาคารที่เรียกว่ามิซุนุโด (Mitsunudo) ที่นี่ถูกสร้างมามากกว่า 500 ปีในสมัยมุโรมาชิ (Muromachi Era) วัดแห่งนี้อดีตเคยเป็นที่ฝึกอบรมนักบวชในลัทธิเซนได อาคารที่ 1 ‘ไดโคโด’ Daikodo คือที่ที่นักบวชมาฝึกวิชา และมีความหมายว่า ความจริงบังเกิดจากที่นี่  อาคารที่ 2 คือ ‘จิกิโด’ เป็นที่ฝึกอบอรมนักบวชเช่นกัน ปัจจุบันจัดเป็นนิทรรศการแสดงโบราณวัตถุของวัด อีกทั้งมีนิทรรศการเกี่ยวกับภาพยนตร์ The Last Samurai อีกด้วย อาคารที่ 3 นี้คือ ‘โจเกียวโด’ Jogyodo ซึ่งเป็นที่จัดแสดงและประกอบพิธีกรรม ประเพณีต่าง ๆ ทั้งการแสดงร้องและการรำเป็นต้น

เวลาทำการ:

ตุลาคม ถึง กุมภาพันธ์ 8.30 - 17.00 น., มีนาคม ถึง ตุลาคม 8.30 - 18.00

ราคา: 500 เยน, รถบัสไปกลับบนภูเขา 500 เยน
เว็บไซต์: https://www.kobe.hotelokura.co.jp/en/ (ดูตารางกระเช้าลอยฟ้าได้ที่นี่)
ที่อยู่: Japan, 771-2201 / 2968 Shosha Himeji Hyogo Prefecture

คลิกเพื่อชมแผนที่ : วัดโชชาซังเอ็นเงียวจิ (Shoshazan Engyoji Temple)

2. โรงงานลูกชิ้นปลาญี่ปุ่นยะมะสะ (Yamasa Kamaboko Factory)


โรงงานลูกชิ้นปลาญี่ปุ่นยะมะสะ (Yamasa Kamaboko Factory) ผลิตหนึ่งในลูกชิ้นปลาคามาโบโก (Kamaboko) ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองฮิเมจิ และส่งไปทั่วประเทศญี่ปุ่น เราได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าเยี่ยมชมโรงงานและกระบวนการผลิตเมนูอาหารญี่ปุ่นที่คนไทยมักคุ้นเคยในฐานะลูกชิ้นปลาในราเมน และเมนูอาหารญี่ปุ่นอื่น ๆ  ไปจนถึงการบรรจุแพ็คเกจ ซึ่งที่นี่สามารถผลิตลูกชิ้นปลาได้ถึงวันละ 2 ล้านชิ้นเลยทีเดียว

ไม่เสียชื่อความเป็นญี่ปุ่นที่เป็นยอดแห่งการเอาใจใส่ นอกจากที่โรงงานลูกชิ้นปลาญี่ปุ่นยะมะสะนี้ จะดูแลเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยภายในโรงงาน ยังให้ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เพราะมีกระบวนการบำบัดน้ำก่อนปล่อยออกสู่ธรรมชาติทำให้มั่นใจได้ว่าเมนูอาหารรสชาติดีนั้นไม่ทำลายธรรมชาติอย่างแน่นอน

ด้านนอกของโรงงาน มีร้านขายสินค้าของโรงงาน พร้อมบริการให้ชิมฟรีแบบไม่อั้น และมุมของที่ระลึกที่นำทีมโดยมาสคอตประจำโรงงาน ที่ชื่อว่า สะจัง ถือว่าผู้เข้าชมต้องได้ของฝากติดไม้ติดมือไปอย่างแน่นอน นอกจากนั้นยังมีมุมสุดน่ารักที่จัดทำไว้บริการผู้เข้าชมโดยเฉพาะ นั่นก็คือ บ่อน้ำร้อนแช่เท้า หากเดินชมบรรยากาศของงานกันเหนื่อยแล้วก็สามารถมาพักแช่เท้าอย่างสบายใจได้ เตรียมพร้อมออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป

เวลาทำการ:

9.00 - 17.00 น.

เว็บไซต์: http://www.e-yamasa.com/ (ข้อมูลภาษาญี่ปุ่น)
ที่อยู่: 327-16 Yumesakicho Okimoto, Himeji-shi, Hyogo-ken 671-2122, Japan

คลิกเพื่อชมแผนที่ : โรงงานลูกชิ้นปลาญี่ปุ่นยะมะสะ (Yamasa Kamaboko Factory)

3. ร้านอาหารยูเมโนโซบะ (Yumeno Soba Restaurant)


ร้านอาหารที่อยู่ในเครือของโรงงานลูกชิ้นปลาญี่ปุ่นยะมะสะ (Yamasa Kamaboko Factory) ที่นี่เป็นทั้งร้านขายของฝาก และร้านอาหารหลากหลายประเภท อาหารที่เราได้ทานนั้นคือ อาหารเซ็ตสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมหรือที่เรียกว่า ไคเซกิ ที่ถูกจัดเสิร์ฟเป็นคอร์ส ครบเครื่องทั้ง เนื้อสัตว์ ผักคุณภาพดี และวัตถุดิบตามฤดูกาล ที่สำคัญ เราสามารถลิ้มรสชาติของสินค้าจากโรงงานยะมะสะอย่างลูกชิ้นปลาคามาโบโกในเมนูอาหารนี้ได้อย่างเต็มมื้อ อีกทั้งเป็นอีกสถานที่สำหรับการซื้อของฝากที่ผลิตจากโรงงานยะมะสะอีกด้วย

เวลาทำการ:

ร้านของฝาก 9.00 - 17.00 น., ร้านอาหาร 10.00 - 15.00 น. (หยุดวันที่ 1 - 3 มกราคม)

เว็บไซต์: http://yumenosoba.com/
ที่อยู่: Japan, 671-2122 Himeji, Hyogo Prefecture Yumesaki Okimoto 583

คลิกเพื่อชมแผนที่ : ร้านอาหารยูเมโนโซบะ (Yumeno Soba Restaurant)

4. สวนสาธารณะไทโย (Taiyo Park)


สวนสาธารณะไทโย (Taiyo Park) คือธีมพาร์คที่ก่อตั้งขึ้นโดยคุณเคนโซ คาโดกุจิ (Kenzo Kadoguchi) ซึ่งเป็นผู้ที่อุทิศทั้งกายและใจให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เขาต้องการเชื่อมการท่องเที่ยวและผู้คนท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งอยากให้ผู้ด้อยโอกาสและทุพพลภาพที่ไม่สามารถเดินทางไปทั่วโลกได้สัมผัสโลกกว้างได้ในที่เดียว  ที่นี่จึงได้รวมรวมศิลปะจำลองสถานที่จริงจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ด้วยกัน ทั้งปราสาทนอชวานสไตล์จากประเทศเยอรมัน กำแพงเมืองจีน ปิรามิด และอื่น ๆ อีกมากมาย อีกไฮไลท์ของที่นี่คือ ศิลปะสามมิติ (3D Art) ที่มีการออกแบบพิเศษไม่เหมือนกับที่ไหน ที่นี่ถือเป็นตีมปาร์คที่น่าตื่นตา เหมือนได้เดินทางไปต่างประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

เวลาทำการ:

9.00 - 17.00 น. (เข้าได้ถึง 16.30 น.)

ราคา:

ผู้ใหญ่ 1,300 เยน, เด็ก 600 เยน (ราคาพิเศษแบบกลุ่มอ่านเพิ่ม https://www.taiyo-park.com/admission/)

เว็บไซต์: https://www.taiyo-park.com/ (ข้อมูลภาษาญี่ปุ่น)
ที่อยู่: 1342-6 Uchikoshi, Himeji-shi, Hyogo-ken 671-2246

คลิกเพื่อชมแผนที่ : สวนสาธารณะไทโย (Taiyo Park)

5. สวนโคโคเอ็น (Kokoen Garden)


สวนโคโคเอ็น (Kokoen Garden) เป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 ในพื้นที่ที่อดีตเป็นบ้านของซามูไร เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีเมืองฮิเมจิ มีพื้นที่มากกว่า 10,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย 9 สวนที่มีขนาดและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน

สวนที่โดดเด่นในบรรดา 9 สวนอย่าง สวนโอยะชิกิโนะนิวะ คือส่วนที่มีบ่อน้ำเต็มไปด้วยปลาคาร์ปสีสวยงาม เพลินตา และสวนนางะเรโนะนิวะ ที่จะมีดอกไม้บานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิอย่างสวยงาม

ความโดดเด่นของสถานที่นี่คือการที่มีฉากหลังเป็นปราสาทฮิเมจิที่ตั้งตระหง่านขาวสง่า นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความงามแบบย้อนยุคและความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้สวนโคโคเอ็นเป็นสถานที่ยอดนิยมในการถ่ายละครและภาพยนตร์ย้อนยุคหลายเรื่องเช่น เรื่องโชกุนอะบะเร็นโบ (Abarenbo Shogun) และ รุโรนิเค็นชิน (Roruni Kenshin) เป็นต้น

เวลาทำการ:

9.00 - 18.00 (ปิดเวลา 17.00  เดือนกันยายน ถึง เมษายน)

ราคา:

300 เยน, ซื้อตั๋วชุดเข้าร่วมกับปราสาทฮิเมจิ 1,040 เยน

เว็บไซต์: http://www.himeji-machishin.jp/ryokka/kokoen/download/images/pamph/foreign_language.pdf
ที่อยู่: ญี่ปุ่น 〒670-0025 Hyōgo-ken, Himeji-shi, 本町Honmachi, 68

คลิกเพื่อชมแผนที่ : สวนโคโคเอ็น (Kokoen Garden)

6. ร้านยากินิคุ ริกิชิไรซะกิ (Yakiniku Riki Shirasagi Restaurant)


ไม่ใช้แค่เนื้อวัวโกเบที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเฮียวโงะ แต่เนื้อวัวฮิเมจิ ก็ให้รสชาติสุดแสนอร่อยชุ่มฉ่ำไม่แพ้กัน เนื้อวัวฮิเมจิมาจากวัวญี่ปุ่นขนดำที่เลี้ยงในบริเวณฮะริมาและบริเวณใกล้เคียงเมืองฮิเมจิ โดยจะต้องได้รับรองคุณภาพเนื้อวัวตั้งแต่เกรด 4 ขึ้นไป จากทั้งหมด 5 เกรด โดยสมาคมการจัดเกรดเนื้อของประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวสามารถมาลิ้มรสชาติเนื้อวัวหลากหลายประเภทได้จากที่นี่ปิ้งย่างได้ตามความชอบ มั่นใจในรสชาติและคุณภาพของเนื้อวัวที่ร้านนี้

เวลาทำการ:

จันทร์ 17.00 - 00.00 น., อังคาร ถึง อาทิตย์ 11.00 - 14.30, 17.30 - 00.00 (Last Order 23.00)

ราคา:

เมนูเนื้อวากิว 1,350 เยนขึ้นไป

เว็บไซต์: https://shirasagi.owst.jp/en/
ที่อยู่: Japan, Hyogo, Himeji City, 65 Minami-cho Otemae Building 6F

คลิกเพื่อชมแผนที่ : ร้านยากินิคุ ริกิชิไรซะกิ (Yakiniku Riki Shirasagi Restaurant)

รับชมวีดีโอ: